องค์กรหนึ่งติดต่อมาเพราะต้องการแดชบอร์ดและระบบจัดการขั้นตอนการทำงาน ช่วงนั้นองค์กรกำลังขยาย งานมากขึ้นและเริ่มวุ่นวาย ฉันเข้าใจได้ว่าทำไมเขาอยากมีเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นว่าแต่ละงานอยู่ตรงไหน และอะไรต้องทำต่อ
แต่ก่อนถามว่าอยากให้ข้อมูลอะไรแสดงบนจอ ฉันถามว่า “อะไรทำให้คิดว่าต้องการแดชบอร์ด?” “ขั้นตอนการทำงานติดตรงไหน?” และ “คาดหวังว่าเครื่องมือจะเปลี่ยนสิ่งนั้นอย่างไร?” ฉันอยากเข้าใจผลที่เขาต้องการก่อนตัดสินใจว่าจะสร้างอะไร
คนขอเครื่องมือเพื่อให้บางอย่างดีขึ้น
ชื่อเครื่องมือบอกว่าเขามองเห็นทางเลือกอะไรอยู่ แต่ยังไม่ได้บอกครบว่าอยากให้การทำงานเปลี่ยนอย่างไร ในองค์กรนี้ งานจำนวนมากต้องรอผู้ก่อตั้งตรวจ แม้เป็นเรื่องเล็ก การเห็นสถานะงานชัดขึ้นจึงยังไม่ตอบว่า ใครจะตัดสินใจเรื่องนั้นและทำให้งานเดินต่อได้
เมื่อเข้าไปดู ฉันพบว่าคำอธิบายหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง การจ้างคน และอำนาจตัดสินใจยังไม่ชัดพอให้เจ้าของวางใจมอบงานได้ อีกทั้งมีการย้ายคนจนผังองค์กรไม่ตรงกับการทำงานจริง การดูเอกสารอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องเข้าใจด้วยว่าแต่ละวันใครกำลังทำอะไรและต้องรอใคร
การเห็นสิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าฉันรู้ธุรกิจดีกว่าเจ้าของ เขามีประสบการณ์และต้องรับความเสี่ยงของธุรกิจอยู่แล้ว สิ่งที่ฉันทำคือใช้มุมมองจากข้างนอก ประกอบกับการเข้าไปเข้าใจงานข้างใน เพื่อให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทกับอำนาจส่งผลต่อสิ่งที่เขาอยากแก้อย่างไร
คนเก่งก็ทำงานได้เท่าที่องค์กรเปิดให้ทำ
ถ้าคนหนึ่งถูกกำหนดให้รับผิดชอบงาน แต่ทุกการตัดสินใจยังต้องรอเจ้าของ ความสามารถของเขาก็ถูกจำกัดอยู่ตรงนั้น การเพิ่มคนเก่งอาจยังไม่ช่วยให้งานเร็วขึ้น ถ้ายังไม่ชัดว่าเรื่องใดตัดสินใจเองได้ เรื่องใดต้องขออนุมัติ และใครรับผิดชอบผลของแต่ละเรื่อง
ขณะเดียวกัน การบอกให้เจ้าของ “ไว้ใจทีมมากขึ้น” ก็ไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอ ความไว้วางใจต้องมีสิ่งรองรับ เช่น หน้าที่ที่ชัดเจน คนที่เหมาะกับหน้าที่นั้น และอำนาจตัดสินใจที่เพียงพอต่อสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ
ฉันเข้าใจความระมัดระวังของเจ้าของ เพราะเมื่อเกิดความเสียหาย ผลที่ตกกับเจ้าของและพนักงานไม่ได้เท่ากัน การออกแบบวิธีทำงานจึงต้องคิดด้วยว่าจะควบคุมความเสี่ยงอย่างไร ให้เขามอบอำนาจได้โดยมีเหตุผลรองรับ แทนการขอให้ปล่อยงานทั้งที่ยังไม่เห็นว่าจะรับมือเมื่อผิดพลาดอย่างไร
แดชบอร์ดทำให้เห็นงาน แต่ไม่ได้ตัดสินใจแทนคน
แดชบอร์ดอาจช่วยให้เห็นข้อมูลและสถานะได้ดีขึ้น แต่การเห็นว่างานรออนุมัติไม่ได้เปลี่ยนว่าใครมีอำนาจอนุมัติ ถ้าทุกขั้นยังต้องผ่านเจ้าของ ขั้นตอนที่ย้ายเข้าเครื่องมือใหม่ก็ยังต้องกลับมารอคนเดิม
เครื่องมือยังมีงานที่ตามมาด้วย ทั้งการกรอกข้อมูล การติดตาม และการดูแลระบบ ถ้าองค์กรวุ่นวายอยู่แล้ว ฉันต้องดูว่าประโยชน์ที่ได้คุ้มกับภาระที่เพิ่มหรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่าฉันสร้างเครื่องมือนี้ได้ไหม
นี่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรที่เจ้าของตรวจทุกงานไม่ควรมีแดชบอร์ดเลย เครื่องมืออาจมีประโยชน์ในหน้าที่อื่น แต่ถ้าเป้าหมายคือให้งานเดินต่อโดยไม่ติดที่ผู้ก่อตั้ง เราก็ต้องจัดอำนาจตัดสินใจและความรับผิดชอบให้ตอบเป้าหมายนั้นด้วย
ฉันอธิบายสิ่งที่พบ ส่วนเจ้าของเป็นคนเลือก
ฉันแจ้งว่าปัญหาที่เห็นอยู่ตรงไหน และเหตุใดเครื่องมือที่ขอจึงยังไม่แก้เงื่อนไขนั้น หน้าที่ของฉันคืออธิบายให้ครบทั้งสิ่งที่พบ ทางเลือก และผลที่จะตามมา ส่วนการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานหรือไม่เป็นสิทธิ์ของเจ้าของ
เมื่อเจ้าของยืนยันว่าจะใช้รูปแบบเดิมต่อ ฉันจึงเลือกไม่สร้างเครื่องมือในงานนี้ ฉันตัดสินใจในส่วนที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนอำนาจในธุรกิจแทนเขา และไม่ได้ถือว่าทางเลือกของฉันเป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกองค์กร
เหตุผลคือ ภายใต้เงื่อนไขที่เขาเลือกเก็บไว้ ฉันยังไม่เห็นว่าเครื่องมือใหม่จะช่วยให้ได้ผลที่ต้องการ และมันอาจเพิ่มงานให้องค์กรอีก การสร้างให้เสร็จจึงไม่พอสำหรับการตัดสินใจรับงานนี้
รับผิดชอบต่อสิ่งที่เรากำลังเพิ่มเข้าไป
การร่วมพัฒนาธุรกิจต้องเข้าใจทั้งสิ่งที่เจ้าของอยากให้เกิดขึ้น ข้อจำกัด ความเสี่ยง และคนที่ต้องใช้สิ่งที่เราสร้าง หากเห็นว่าวิธีที่ขออาจไม่พาไปถึงเป้าหมาย ฉันต้องบอกให้ชัด และตัดสินใจด้วยว่าจะรับผิดชอบการทำงานภายใต้เงื่อนไขนั้นได้หรือไม่
ฉันอยากร่วมสร้างสิ่งที่ทำให้งานดีขึ้น วิธีที่เหมาะอาจเป็นเครื่องมือใหม่ การจัดบทบาทกับอำนาจให้ชัดก่อน หรือการรอจนเงื่อนไขพร้อมกว่านี้ แต่ละงานต้องพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ใช้คำตอบเดียวกันกับทุกธุรกิจ
ฉันเล่าเรื่องนี้เพื่อให้เห็นเหตุผลของการเลือก ไม่ได้ใช้ปัญหาขององค์กรมาเป็นเครดิตหรือกล่าวอ้างผลสำเร็จ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดที่ทำให้รู้ว่าเป็นองค์กรไหน สิ่งที่อยากให้เห็นคือ ฉันพิจารณาอย่างไรว่าสิ่งใหม่จะช่วยอะไร เพิ่มภาระให้ใคร และควรรับผิดชอบสร้างมันหรือไม่