Farm Fun Village
ฟาร์มฝัน วิลเลจ — โครงการเพื่อสังคมที่พัฒนาวัตถุดิบและสร้างโอกาสให้เกษตรกรไทย
โครงการที่ฉันรับผิดชอบเพื่อส่งเสริมเกษตรกรและเศรษฐกิจไทย ผ่านการศึกษาพืชทางเลือก รับซื้อวัตถุดิบ และพัฒนาให้เกิดประโยชน์จริง โดยมี Figsense เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์นำร่องภายใต้ Farm Fun Village
ผู้รับผิดชอบโครงการ ตั้งแต่ศึกษาวัตถุดิบ ทดลอง พัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงนำเสนอแนวคิดและต่อยอด
Figsense: ผลิตภัณฑ์นำร่องระหว่างพัฒนา · ยังไม่เปิดจำหน่ายทั่วไป















อัลบั้มและเอกสารทั้งหมด (15 ภาพ)
การนำเสนอแนวคิดที่ STeP
แนวคิดและต้นแบบที่นำเสนอภายใต้โครงการเชียงใหม่เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็มการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน
ห้องอบรม การแลกเปลี่ยนในกลุ่ม และประสบการณ์เรียนรู้เฉพาะทาง
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็มDITP และ Thaitrade.com
การรับคำปรึกษาเพื่อเตรียมส่งออก และทดลองถ่ายภาพสินค้าเพื่อนำเสนอบน Thaitrade.com
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็มผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
บรรจุภัณฑ์ด้านหน้าและด้านหลังในช่วงพัฒนาต้นแบบ
เปิดภาพเต็ม
เปิดภาพเต็มประกาศนียบัตรและเอกสารรับรอง
เอกสารทุกฉบับจากประสบการณ์นี้ เปิดอ่านทั้งหน้าและขยายดูได้
เปิดภาพเต็ม- เลขที่เอกสาร
- OSCN-TP0027A/BIT-000-5-132104-B-25/006508
- ผู้ออก
- สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
- สำเร็จ
- 1 สิงหาคม 2568
- ออกเอกสาร
- 6 สิงหาคม 2568
เปิดภาพเต็ม- เลขที่เอกสาร
- PQCN-BIT-000-5-132104-B-25/022920
- ผู้ออก
- สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
- สำเร็จ
- 1 สิงหาคม 2568
- ออกเอกสาร
- 6 สิงหาคม 2568
เปิดภาพเต็ม- เลขที่เอกสาร
- NIA-E129-2025-01-1005
- ผู้ออก
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
- สำเร็จ
- 8–28 มิถุนายน 2568
เริ่มจากโอกาสของเกษตรกรไทย
Farm Fun Village (ฟาร์มฝัน วิลเลจ) คือโครงการที่ฉันรับผิดชอบ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสังคม ส่งเสริมเกษตรกร และมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ฉันอยากศึกษาว่ามีพืชชนิดใดที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าสิ่งที่เกษตรกรปลูกอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่พึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวหรือมีรายได้ต่ำ และจะทำอย่างไรให้ความรู้กับโอกาสนั้นไปถึงคนปลูกได้จริง
โครงการนี้ครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลายอย่าง Figsense เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์นำร่องภายใต้ Farm Fun Village เรื่องราวในหน้านี้บันทึกการลงมือทำผ่านตัวอย่างนี้ ตั้งแต่ศึกษาพืช ทดลองปลูก รับซื้อวัตถุดิบ และพัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงการนำเสนอแนวคิดต่อหน่วยงานต่าง ๆ
ฉันเริ่มค้นคว้าและทดลองด้วยตัวเองเพื่อให้เห็นว่าพืชชนิดหนึ่งต่อยอดเป็นอะไรได้บ้าง Figs หรือมะเดื่อฝรั่งเป็นหนึ่งในพืชที่เลือกศึกษา และนำมาพัฒนาเป็นชาภายใต้ชื่อ Figsense
การทำชาออกมาให้ดื่มได้จริง ช่วยให้ฉันนำสิ่งที่ค้นพบไปอธิบายกับคนอื่นได้ชัดขึ้น วัตถุดิบที่พูดถึงมีกลิ่นและรสอย่างไร ใช้ทำอะไรได้ และมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาต่อแบบไหน ผลิตภัณฑ์จึงเป็นตัวอย่างที่ทำให้ศักยภาพของวัตถุดิบในโครงการเป็นรูปธรรม
ฉันนำแนวคิดและต้นแบบไปเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างการรับรู้ว่าวัตถุดิบนี้น่าสนใจอย่างไร จะต่อยอดไปได้อย่างไร และหากพัฒนาอย่างเหมาะสม จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรและเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร
ปลูกเพื่อเรียนรู้ และรับซื้อเพื่อเชื่อมโอกาสกับคนปลูก
วัตถุดิบที่นำมาใช้ไม่ได้มาจากการปลูกของฉันทั้งหมด ฉันปลูกเพื่อทดลอง เรียนรู้ความต่างของแต่ละสายพันธุ์ และใช้เป็นตัวอย่าง รวมถึงขยายต้นพันธุ์ให้คนที่สนใจนำไปปลูกต่อ
อีกส่วนหนึ่งคือการรับซื้อวัตถุดิบ ทั้งใบมะเดื่อฝรั่งและสมุนไพรต่าง ๆ จากเกษตรกรไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงเชื่อมกับคนปลูกตั้งแต่ช่วงที่ลงมือทำ เกิดการซื้อขายวัตถุดิบและงานที่เกี่ยวข้องขึ้นจริง โดยไม่ต้องรอให้โครงการขยายไปถึงระดับใหญ่ก่อน
สำหรับฉัน เรื่องนี้จึงมีทั้งการศึกษาความเป็นไปได้ในระยะยาว และการส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านการรับซื้อวัตถุดิบในปัจจุบัน ความตั้งใจที่จะสร้างโอกาสให้เกษตรกรอยู่ในวิธีทำงานของโครงการด้วย
ศึกษาสายพันธุ์และพัฒนาสูตรจากใบมะเดื่อฝรั่ง
ตอนที่เริ่มศึกษาประโยชน์ของ Figs หรือมะเดื่อฝรั่ง ฉันสนใจมากกว่าส่วนของผล สิ่งหนึ่งที่สะดุดใจคือกลิ่นหอมของใบ และเมื่อค้นคว้าต่อ ฉันก็พบว่าสามารถนำใบมาทำเป็นชาได้
ฉันไม่ได้เริ่มจากการเลือกซื้อวัตถุดิบมาผสมเป็นชาเพียงอย่างเดียว แต่ทดลองปลูกมะเดื่อฝรั่งหลายสายพันธุ์ด้วยตัวเอง และศึกษาว่าใบของแต่ละสายพันธุ์ให้กลิ่นและโทนรสต่างกันอย่างไร ความสนใจจึงค่อย ๆ ขยับจากการรู้ว่าวัตถุดิบนี้มีประโยชน์อะไร ไปสู่การทำความเข้าใจว่าจะนำลักษณะเฉพาะของมันมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มแบบไหนได้บ้าง
ฉันสนใจเครื่องดื่มสำหรับคนที่อยากมีทางเลือกนอกเหนือจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และอยากให้ชามีความหลากหลายพอที่จะเข้ากับช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน จึงเริ่มคิดและทดลองสูตรด้วยตัวเอง โดยนำสมุนไพรอื่นมาผสมกับใบมะเดื่อฝรั่ง
มีทั้งแนวคิดสำหรับช่วงก่อนนอน ช่วงที่อยากพักจากความตึงเครียด และช่วงเช้าที่อยากเริ่มวันอย่างสดชื่น แต่ละสูตรเริ่มจากความตั้งใจว่าจะให้คนดื่มในจังหวะแบบไหน แล้วจึงค่อยพัฒนาส่วนผสม กลิ่น และรสให้สอดคล้องกัน
สิ่งเหล่านี้เป็นทิศทางในการพัฒนาสูตร ไม่ใช่ผลการทดสอบว่าชาสามารถช่วยให้นอนหลับหรือคลายเครียดได้จริง ฉันอยากให้คนเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นจากคำถามอะไร โดยไม่ทำให้สิ่งที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมกลายเป็นข้อสรุปไปก่อน
นำเสนอแนวคิดและได้รับคัดเลือกเข้าโครงการที่ STeP
เมื่อเริ่มเห็นทิศทาง ฉันนำแนวคิดไปเสนอต่อตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ STeP และได้รับการคัดเลือก ภายใต้โครงการเชียงใหม่เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก (Chiang Mai World Class Wellness City)
ฉันมองการนำเสนอเป็นโอกาสที่จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นศักยภาพของวัตถุดิบนี้ และได้เข้าร่วมโครงการที่ช่วยพัฒนาแนวคิดให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้ สิ่งที่นำไปเสนอจึงเชื่อมทั้งความรู้จากการทดลอง แนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ และโอกาสที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทย
เรื่องที่ฉันนำไปเสนอไม่ใช่เพียงชาหนึ่งสูตร แต่รวมถึงความเป็นไปได้ของการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นต้นแบบภายใต้ชื่อ Figsense
เรียนรู้ให้ลึกพอกับสิ่งที่กำลังทำ
ฉันเข้าฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาหาร เพื่อทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ที่กำลังพัฒนาให้ลึกขึ้น การคิดสูตรเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่เมื่อจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจริง ก็ยังมีเรื่องกระบวนการแปรรูป การถนอมอาหาร และการวางแผนที่ต้องเข้าใจไปด้วย
ต่อมาฉันผ่านการประเมินและได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ อาชีพนักเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านอาหาร ระดับ 5 จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นองค์กรรับรองที่ระบุในเอกสาร
การประเมินครอบคลุมการวางแผนกระบวนการแปรรูปอาหารด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การวางแผนการถนอมอาหาร การประเมินแผนปฏิบัติการ และการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เทคโนโลยีชีวภาพอาหาร
ฉันมองการเรียนรู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่องานที่เลือกทำ เมื่อจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจริง ก็ต้องขยายความเข้าใจให้ตามทันสิ่งที่กำลังลงมือทำด้วย
ต่อยอดแนวคิดผ่านโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคม
ฉันนำแนวคิดเรื่องการเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบทางการเกษตรไปพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เพื่อหาโอกาสเรียนรู้และพัฒนางานที่เชื่อมกับเกษตรกรและเศรษฐกิจไทย
ฉันได้เข้าร่วม Social Innovation Accelerator Thailand 2025 ในโปรแกรม Social Innovation และจบเนื้อหาช่วง Incubation Program ระหว่างวันที่ 8–28 มิถุนายน 2568 ในนามทีมฟาร์มฝัน วิลเลจ ออร์แกนิก
สิ่งที่ฉันต้องการนำเสนอคือแนวคิดที่ทำให้คนเห็นว่าพืชชนิดหนึ่งสร้างโอกาสได้อย่างไร ตั้งแต่การปลูก การนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ การพัฒนาเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเชื่อมกับตลาด ชา Figsense เป็นงานนำร่องที่ฉันลงมือทำขึ้นมา เพื่อให้มีตัวอย่างจริงสำหรับอธิบายและพัฒนาแนวคิดนี้ต่อ
ในช่วงที่ทำงาน ฉันรับซื้อใบมะเดื่อฝรั่งและสมุนไพรจากเกษตรกรไทย เกิดการซื้อขายวัตถุดิบและงานที่เกี่ยวข้องขึ้นแล้ว ส่วนการขยายผลให้เกษตรกรในวงกว้าง การกระจายความรู้ และการไปถึงตลาดต่างประเทศ เป็นเป้าหมายที่ยังต้องพัฒนาต่อจากงานนำร่องนี้
ทำออกมาเป็นต้นแบบจริง
ฉันดูแลโครงการนี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การมองหาวัตถุดิบ ทดลองปลูกหลายสายพันธุ์ ศึกษากลิ่นและรส พัฒนาสูตร ไปจนถึงทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปชงและทดลองดื่มได้จริง มีทั้งตัวชาและบรรจุภัณฑ์ทดลอง แต่ยังไม่ได้เปิดจำหน่ายต่อสาธารณะ
ภาพที่เห็นจึงเป็นภาพของงานระหว่างพัฒนา ทั้งชาที่ชงออกมา บรรจุภัณฑ์ และการทำงานกับภาพผลิตภัณฑ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าแนวคิดได้เดินทางมาเป็นของที่จับต้องได้แล้ว ขณะเดียวกันก็ยังมีรายละเอียดที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาต่อ
ต้นแบบชุดนี้ทำหน้าที่เป็นงานนำร่อง ทำให้ฉันทดลองสูตรและนำไปให้คนดื่มจริงได้ รวมถึงใช้ประกอบการนำเสนอศักยภาพของวัตถุดิบและหารือเรื่องการพัฒนาต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ
นำไปทดลองกับคนสองกลุ่ม
ฉันนำผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกไปทดลองกับคนสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือคนที่ชอบดื่มชาอยู่แล้ว ฉันอยากนำเสนอทางเลือกที่ยังให้ความสำคัญกับการดื่ม กลิ่น และรส แต่มีความแปลกใหม่จากใบมะเดื่อฝรั่ง และพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่มีคาเฟอีน
อีกกลุ่มคือคนที่รู้จัก Figs อยู่แล้ว แต่คุ้นเคยกับการกินผลมากกว่าการใช้ใบ ฉันอยากให้พวกเขาได้รู้จักวัตถุดิบชนิดเดิมในอีกรูปแบบหนึ่ง และสำรวจว่าคุณค่าจากต้นมะเดื่อฝรั่งจะต่อยอดไปได้มากกว่าส่วนของผลอย่างไร
ประเด็นที่ฉันสนใจคือ ถ้าใช้ใบมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้ เราอาจมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มเติมนอกเหนือจากการรอเก็บผลเพียงอย่างเดียว ฉันเริ่มจากคำถามว่า หากมีช่วงเก็บผลเพียงปีละหนึ่งถึงสองรอบ การนำใบมาต่อยอดเป็นชาเพื่อดื่มได้ตลอดปีจะเปิดโอกาสให้คนปลูกเพิ่มขึ้นได้อย่างไร นี่เป็นความเป็นไปได้ที่ฉันอยากพัฒนาต่อ ทั้งในมุมของคนดื่มและคนปลูก
DITP: เตรียมผลิตภัณฑ์ให้พร้อมสำหรับตลาดต่างประเทศ
การศึกษาศักยภาพของ Figs สำหรับฉันรวมถึงความเป็นไปได้ในตลาดต่างประเทศด้วย ฉันจึงนำผลิตภัณฑ์ไปรับคำปรึกษาจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เพื่อทำความเข้าใจว่าหากจะส่งผลิตภัณฑ์นี้ออกไปขายต่างประเทศ จะต้องเตรียมตัวอย่างไร ข้อมูลส่วนนี้เชื่อมกับคำถามที่ใหญ่กว่าการขายของหนึ่งชิ้น คือวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยจะพัฒนาไปแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร
ช่วงนี้ยังมีการทดลองถ่ายภาพสินค้า เพื่อเตรียมนำเสนอบนเว็บไซต์ Thaitrade.com ด้วย ฉันจึงได้ทำงานกับอีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือการทำให้คนที่ไม่ได้อยู่กับเราตั้งแต่ต้นมองเห็นและเข้าใจสิ่งที่เรากำลังนำเสนอผ่านภาพ
ภาพที่ฉันยืนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ภาพเบื้องหลังการถ่ายชาในกล่องไฟ และภาพถ้วยชา เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ช่วง DITP นี้ ทั้งหมดต่อเนื่องมาจากการปลูก การคิดสูตร และการทำต้นแบบ เป็นการค่อย ๆ เตรียมให้งานไปถึงตลาดที่ฉันตั้งใจไว้
สำหรับฉัน การทำผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้จบเมื่อมีของที่ดื่มได้จริง แต่ยังต้องทำความเข้าใจว่าจะนำเสนออย่างไร และเตรียมตัวอย่างไรเพื่อไปต่อในตลาดอื่น ช่วงนี้เป็นประสบการณ์การรับคำปรึกษาและทดลองเตรียมความพร้อม ก่อนการส่งออกและการเปิดจำหน่ายต่อสาธารณะ
สิ่งที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำ
ฉันรับผิดชอบทั้งโครงการ ตั้งแต่ค้นคว้าและทดลองปลูกหลายสายพันธุ์ พัฒนาสูตร รับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร ไปจนถึงผลิตต้นแบบและนำเสนอแนวคิดด้วยตัวเอง ประสบการณ์นี้จึงมีทั้งการมองโอกาสในภาพใหญ่ และการทำงานในรายละเอียดเพื่อให้แนวคิดนั้นมีตัวอย่างจริงรองรับ
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจากงานนี้ ได้แก่
- ทดลองปลูกมะเดื่อฝรั่งหลายสายพันธุ์ เพื่อศึกษา ใช้เป็นตัวอย่าง และขยายต้นพันธุ์ให้ผู้สนใจ
- รับซื้อใบมะเดื่อฝรั่งและสมุนไพรจากเกษตรกรไทยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์
- พัฒนาสูตรชาและบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมนำไปทดลองกับผู้ชอบดื่มชาและผู้ที่รู้จัก Figs อยู่แล้ว
- นำเสนอแนวคิดที่ STeP และได้รับคัดเลือกเข้าโครงการเชียงใหม่เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก
- เรียนรู้เฉพาะทางและได้รับคุณวุฒิวิชาชีพนักเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านอาหาร ระดับ 5 รวมถึงจบเนื้อหาช่วงบ่มเพาะใน Social Innovation Accelerator Thailand 2025
- รับคำปรึกษาจาก DITP เรื่องการเตรียมส่งออก และทดลองถ่ายภาพสินค้าเพื่อนำเสนอบน Thaitrade.com
ฉันอยากให้ประสบการณ์นี้ทำให้คนรู้จักวิธีทำงานของฉันมากขึ้น เมื่อเห็นว่าวัตถุดิบหนึ่งอาจสร้างโอกาสให้คนได้ ฉันเลือกศึกษา ลงมือทดลอง พัฒนาความรู้ที่จำเป็น และนำสิ่งที่ทำไปเสนอต่อคนที่สามารถช่วยต่อยอดได้ Figsense เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์นำร่อง ส่วนเป้าหมายที่พาโครงการ Farm Fun Village ไปข้างหน้าคือการสร้างประโยชน์ต่อสังคม เกษตรกร และเศรษฐกิจไทย